ค่า macd ที่เหมาะสม

Apr 07

ค่า macd ที่เหมาะสม

2. Bullish Divegence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการลดลงของดัชนีราคา เป็นการบอกว่าการลดลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุด

ทั้งนี้การใช้งานเครื่องมือทางเทคนิคต้องการเวลาในการสังเกตพฤติกรรมและกำหนดเงื่อนไขด้วยตัวเอง


ค่า macd ที่เหมาะสม

ส่งผลงานภายในวันที่ 30 มกราคม 2554 เรียบเรียง : www.contestwar.com



วิดีโอ ค่า macd ที่เหมาะสม

เทคนิคการเทรด forex ทำกำไร forex โดยใช้การดู MACD Divergence (ภาค 1 ของจุดหมุน MaCD)

อ่านเกี่ยวกับ ค่า macd ที่เหมาะสม

MACD ( Moving Average Convergence / Divergence ) คือเส้นของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของราคา 2 เส้น

สร้างขึ้นโดยใช้ความต่างระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้น โดยที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เส้นหนึ่ง ใช้ระยะเวลาในการคำนวณยาวกว่าเส้นค่าเฉลี่ยฯ อีกเส้นหนึ่ง และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้นนี้ นิยมใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EXPONENTIAL ส่วนจำนวนวันที่นำมาหาค่าเฉลี่ย ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ 12 วัน และ 25 (หรือ 26 วัน) มีข้อสังเกตว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวนี้ จะมีระยะเวลายาวนาน กว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นประมาณ 1 เท่า Signal Line หรือ MACD Signal คือ เส้น EMA 9 วัน ซึ่งจะถูกวางไว้ใช้คู่กันกับเส้น MACD เพื่อหาสัญญานเข้าซื้อขาย

สูตรคำนวณ MACD MACD Line = EMA(12) – EMA(26) Signal Line = EMA(9)

สามารถใช้ MACD ที่ระดับ 0 เป็นตัวบ่งบอก trend ได้เช่นกัน ถ้า MACD > 0 คือเป็นขาขึ้น, MACD < 0 เป็นขาลง จากสูตรคำนวณแสดงให้เห็นว่า ถ้า EMA12 ตัด EMA26 นั่นหมายถึง MACD จะเท่ากับ 0 พอดี แต่ถ้า EMA12 < EMA26 นั่นคือ MACD จะอยู่ต่ำกว่า 0 และถ้า EMA12 > EMA26 MACD จะอยู่เหนือเส้น 0

หลักการวิเคราะห์

1.   ถ้า MACD > 0 หมายถึงเป็นแนวโน้มขาขึ้น 2.   ถ้า MACD < 0 หมายถึงเป็นแนวโน้มขาลง 3.   ถ้า MACD > 0 และตัด Signal ลงมา หมายถึงราคาอาจพักฐานชั่วคราว 4.   ถ้า MACD < 0 และตัด Signal ขึ้นไป หมายถึงราคาอาจจะขึ้น ชั่วคราว 5.   ถ้า MACD ตัด 0 ขึ้นไป เป็นสัญญาณซื้อ 6.   ถ้า MACD ตัด 0 ลงมา เป็นสัญญาณขาย

การใช้เครื่องมือ MACD เพียงอย่างเดียว มักจะทำให้ผู้ลงทุนไม่ได้กำไรสูงสุด ดังนั้น จึงควรนำหลักการของ DIVERGENCE มาประกอบการตัดสินใจ

การขัดแย้งกันของ MACD กับดัชนีราคา หรือเรียกว่า DIVERGENCE

DIVERENCE คือ การขัดแย้งกันของ MACD กับราคาหุ้นมี 2 ลักษณะคือ

1. Bearish divergence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวลงสวนทางกับการสูงขึ้นของดัชนีราคา เป็นการเตือนว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวลง

2. Bullish Divegence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการลดลงของดัชนีราคา เป็นการบอกว่าการลดลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุด

Source: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=nekokitty&date=24-04-2012&group=4&gblog=14


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่า macd ที่เหมาะสม

ค่า macd ที่เหมาะสม

เทคนิคการเทรด forex ทำกำไร forex โดยใช้การดู MACD Divergence (ภาค 1 ของจุดหมุน MaCD)

วิดีโอ ค่า macd ที่เหมาะสม



1. Bearish divergence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวลงสวนทางกับการสูงขึ้นของดัชนีราคา เป็นการเตือนว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวลง

2.4ถ้าเมื่อเราซื้อตามสัญญาณซื้อแล้ว วันถัดมาราคาลง ให้ดูเครื่องมือ Fast Stochastic ถ้า เส้น %K (เส้นสีฟ้า) ลดลงต่ำกว่า เส้น %D (สีแดง)ให้ขายตัดขากทุนไปก่อน หรือ เลือกที่จะถือ ทั้งนี้ให้ดูประกอบกับ MACD (แถบเครื่องมือที่มีแท่งสีขาวและเส้นสีฟ้า) ถ้า MACD ยังยกตัวขึ้นอาจตัดสินใจถือ ถ้า MACD ปรับตัวลงตามควรขาย

รางวัล รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล ได้รับเงิน 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้รับเงิน รางวัล ละ 3,000 บาท



(แก้ไขและเพิ่มเติมเล็กน้อย 1/8/13 มีบางส่วนของโปรแกรม eFinancial Smart Portal ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นการตั้งค่า MACD Hist แต่ไม่ได้แก้ไขวิธีการปรับแต่งให้ดูนะครับ)

ไม่ได้เขียนมานานมาก มาอัพเดทไว้นิดหน่อยก่อนจะไม่ว่าง อาจจะดูน่าปวดหัวกว่าของปีที่แล้ว แต่.. อ่านๆไปเถอะ

การใช้งานเครื่องมือทางเทคนิคด้วยโปรแกรม eFinance

เครื่องมือทางเทคนิคเป็นตัวช่วยตัดสินใจในการซื้อขายในระยะเวลาหนึ่งๆ ซึ่งแต่ละเครื่องมือก็มีความเหมาะสมต่อหุ้นหรือต่อสภาพตลาดที่แตกต่างกัน

การใช้เครื่องมือทางเทคนิคควรพิจารณาสมบัติและที่มา(สูตร)ของเครื่องมือนั้นๆเพื่อลดความผิดพลาดและความคลาดเคลื่อนในการตัดสินใจ

**การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการใช้ข้อมูลในอดีตประมวลผลในลักษณะสถิติเพื่อใช้คาดการณ์อนาคตคร่าวๆผลลัพธ์ของแต่ละเครื่องมื่อมีความแม่นยำต่างกันในแต่ละสถานการณ์การใช้เครื่องมือหลายตัวในการคาดการณ์ผลลัพธ์ของความแม่นยำจะอยู่ในรูปแบบ if then else ไม่ใช่ 1+2+3 (หมายถึงว่าถ้าเครื่องมือ A มีความแม่นยำ 50% B แม่นยำ 30% C แม่นยำ 40% ความแม่นยำรวมไม่ใช่ 50+30+40 = 120% แต่มองในลักษณะ if A then B else C เป็นต้น -- เพิ่มเติ่ม 1/8/13)** 

สำหรับเครื่องมือที่จะพูดถึงเป็นตัวหลักคือ Fast Stochastic Oscillator เป็นเครื่องมือในการสร้างสัญญาณซื้อขายด้วยการใช้ 

%K = ส่วนต่างของ ราคาปิดล่าสุด กับ ราคาต่ำสุดของช่วงเวลาที่กำหนด หารด้วยส่วนต่างของราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดของช่วงเวลาที่กำหนด

ตัดกับ D% เมื่อการสร้างสัญญาณซื้อขาย

%D = ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แบบ Simple (SMA) บางตำราก็ว่า ให้ใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ Exponential (EMA)

(อัพเดทเพิ่มเติม 1/8/13)

--------------------

เริ่มต้นเปิดโปรแกรม eFinance ผ่านหน้าเว็บไซท์ของโบรกเกอร์

วิธีเพิ่มเครื่องมือทางเทคนิคลงในกราฟ

กด [F7] เพื่อเปิดหน้าต่างกราฟ

คลิกรูปตัวT มุมขวาบนของกราฟ จะได้แถบเครื่องมือ

คลิกรูปกราฟที่แถบเครื่องมือด้านขวาลำดับที่ 2 จากบน

จะได้หน้าต่าง Indicator เลือกจากช่องทางซ้ายมือ Oscillator Indicator >> Fast Stochastic Oscillator (เพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น)

กำหนดค่า 9 2 3 ตามลำดับ ติ๊ก Simulate คลิก Add

เพิ่มเครื่องมืออื่นที่ต้องใช้ในการคัดกรองสัญญาณ (เพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น)

เลือกจากช่องทางซ้ายมือ Oscillator Indicator >> MACD Hist คลิก Add

เลือกจากช่องทางซ้ายมือ Moving Average Indicator >> Exponential Moving Average ใส่ค่า 14 0ตามลำดับ เลือกสีแดง คลิก Add

เลือกจากช่องทางซ้ายมือ Moving Average Indicator >> Exponential Moving Average ใส่ค่า 5 0 ตามลำดับ เลือกสีฟ้า คลิก Add

ปิดหน้าต่าง Indicator

คลิกซ้ายที่ .Hist ที่แถบด้านล่าง

เลือก Add indicator(Source:.Hist) >> Moving Average Indicator>> Exponential Moving Average จะได้เส้นเพิ่มขึ้นมา 1 เส้น

คลิกรูปกราฟในแถบเมนูด้านขวามือเพื่อเปิดหน้าต่าง Indicator อีกครั้ง

คลิกที่ช่องด้านขวาเลือก Exponential Moving Average(Hist,14,0)

ใส่ค่า 1 0 ตามลำดับ แล้วปิดหน้าต่าง

คลิกซ้ายที่ .Hist อีกครั้ง Add indicator(Source:.Hist) >> Miscellaneous >> Value line

คลิกซ้ายที่ .FSTO %K เลือก Add indicator(Source: .FSTO %K) >> Miscellaneous >> Overbought Level

คลิกซ้ายที่ .FSTO %K เลือก Add indicator(Source: .FSTO %K) >> Miscellaneous >> Oversold Level

คลิกรูปกราฟในแถบเมนูด้านขวามือเพื่อเปิดหน้าต่างIndicator อีกครั้ง

คลิกที่ช่องด้านขวาเลือก Overbought Level ใส่ค่า 80

คลิกที่ช่องด้านขวาเลือก Oversold Level ใส่ค่า 20

จะได้หน้าตากราฟในลักษณะนี้

ตัวอย่างวิธีใช้ (เป็นแนวทางเท่านั้น เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบ if then else)

1.การใช้งานเบื้องต้น ดูสัญญาณ Fast Stochastic เป็นหลัก B สีฟ้าหมายถึงซื้อ S สีชมพูหมายถึงขาย โดยใช้ราคาปิดของวันนั้นๆ

2.โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม 

2.1ถ้า Fast Stochastic อยู่ในระดับ Overbought (เส้นสีแดงฟ้าที่ช่องด้านล่างอยู่เหนือ 80 (เส้นประสีส้ม)) หรือ Oversold (เส้นสีแดงฟ้าอยู่ใต้ 20(เส้นประสีชมพู)) มากกว่า 1 แท่นเทียน ให้ใช้ MACD ในการกรอง (คือถ้า MACD ยังยกตัวขึ้นเรื่อยๆหมายถึงราคายังมีโอกาสปรับตัวขึ้น)

2.2ถ้าเส้น EMA 5 (เส้นสีฟ้าที่อยู่ตรงแท่งเทียน) อยู่ใต้ EMA 14 (เส้นทีแดงที่อยู่ตรงแท่งเทียน) คือ แนวโน้มขาลงใช้เล่นเด้งสั้นๆให้ขายทุกสัญญาณขาย และซื้อเฉพาะเมื่อเส้น Fast Stochastic อยู่ใต้20 (Oversold) เท่านั้น (ซื้อแล้วยังมีโอกาสลงต่อ)

2.3ถ้าเส้น EMA 5 อยู่เหนือ EMA 14 คือ แนวโน้มขาขึ้นซื้อตามแนวโน้มให้ขายเมื่อมีสัญญาณขายและเส้น Fast Stochastic อยู่เหนือ 80และซื้อตามทุกสัญญาณซื้อ

2.4ถ้าเมื่อเราซื้อตามสัญญาณซื้อแล้ว วันถัดมาราคาลง ให้ดูเครื่องมือ Fast Stochastic ถ้า เส้น %K (เส้นสีฟ้า) ลดลงต่ำกว่า เส้น %D (สีแดง)ให้ขายตัดขากทุนไปก่อน หรือ เลือกที่จะถือ ทั้งนี้ให้ดูประกอบกับ MACD (แถบเครื่องมือที่มีแท่งสีขาวและเส้นสีฟ้า) ถ้า MACD ยังยกตัวขึ้นอาจตัดสินใจถือ ถ้า MACD ปรับตัวลงตามควรขาย

ทั้งนี้การใช้งานเครื่องมือทางเทคนิคต้องการเวลาในการสังเกตพฤติกรรมและกำหนดเงื่อนไขด้วยตัวเอง

Source: http://www.sornhoon.com/d-macd.aspx