การส่งเสริมการขาย หมายถึง

Apr 09

การส่งเสริมการขาย หมายถึง

รักเติมโปร : เส้นเล็ก [Official MV] การส่งเสริมการขาย หมายถึง.

วิดีโอ การส่งเสริมการขาย หมายถึง



............ส่วนเหลื่อมการตลาด หรือค่าการตลาด หรือโสหุ้ยการตลาด ประกอบด้วยค่าใช้ จ่ายต่างๆ ในการจัดการตั้งแต่นำสินค้าจากเกษตรกรไปถึงมือผู้บริโภค ซึ่งได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าจ้าง ค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ ค่าภาชนะบรรจุหีบห่อ ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น ๆ ค่าเสื่อมราคา ฯลฯ เป็นต้น ............ ในกรณีของโครงการหลวงนั้น ใช้หลักการคืนเงินแก่เกษตรกร 80 % เป็นส่วนเหลื่อมการตลาด 20% ขณะนี้กำลังศึกษาว่าค่าโสหุ้ยการตลาด ที่โครงการหลวงต้องจ่ายจริงนั้น เกินกว่าส่วนเหลื่อมการ

               การดำเนินการขายนั้นความซื่อตรงต่อลูกค้า เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างมากของพนักงานขาย  กล่าวคือ การขายสินค้าต้องไม่หลอกลวงผู้บริโภค ผู้ซื้อ หรือสังคมโดยส่วนรวม ไม่ให้ข้อมูลที่เกินจริงหรือข้อมูลเท็จ  การเพิ่มยอดขายควรเน้นความจริงใจและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและสังคม   โฆษณาและการส่งเสริมการขายที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริงไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง  ทั้งไม่โกหกหลอกลวงเพื่อประโยชน์ของตัวพนักงานขายเอง เพื่อให้ยอดขายถึงเป้า หรือใช้วิธีที่ไม่ซื่อสัตย์ ขาดความจริงใจต่อลูกค้า    ต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพได้มาตรฐานให้กับสังคม    รวมไปถึงการการรักษาความลับของลูกค้า และไม่นำข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้าไปเปิดเผย

การประชาสัมพันธ์ช่วย�



อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การส่งเสริมการขาย หมายถึง

ส่วนที่ 1 การวางแผนการตลาด

เนื่องจากการผลิตและการตลาด มีส่วนสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ไม่สามารถแยกเป็นอิสระจากกันได้ จึงต้องมีการวางแผนการผลิต และการตลาดให้สอดคล้องกัน และร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตผลที่จะผลิตว่าจะผลิตอะไร จำนวนเท่าใด เพราะการเลือกผลิตสินค้า ต้องคำนึงถึงการตลาดด้วยว่า ผู้ซื้อเป็นใคร ต้องการผลิตผลประเภทใด เมื่อไร

ส่วนที่ 2 การจัดการรักษาคุณภาพหลังเก็บเกี่ยว ............ควรเริ่มตั้งแต่การเก็บเกี่ยว เมื่ออายุเหมาะสม วิธีการเก็บ ภาชนะที่เก็บเกี่ยวและบรรจุ ต้องมีความสะอาดและเหมาะสม

ส่วนที่ 3 ด้านการแลกเปลี่ยน ............โดยทั่วไปถ้าพูดถึงหน้าที่ทางด้านการตลาดในส่วนที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนนั้น จะมีทั้งด้านการซื้อ การรวบรวม การขาย แต่เนื่องจากโครงการหลวงมิได้เป็นผู้ซื้อมาขาย แต่ช่วยเหลือทำหน้าที่การตลาดให้ ในที่นี้จึงทำหน้าที่เฉพาะการจำหน่ายให้เท่านั้นด้านการจำหน่ายหรือการขาย มีงานต้องทำ คือ การวางแผนการขาย

............โครงการหลวงได้ทำการขายหลายรูปแบบ คือการขายแก่ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่งซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม ผู้ แปรรูป นอกจากนั้น โครงการหลวงได้มีสถานที่เผยแพร่ผลงาน และผลิตภัณฑ์ของโครงการเองหลายแห่ง ทั้งที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ซึ่งผู้บริโภคจะไปซื้อหาผลิตภัณฑ์ ของโครงการหลวงได้โดยตรง

...........ถ้าเป็นผลิตผลที่มีอายุสั้น มีการสูญเสียมาก ก็จะต้องรีบขายโดยเร็ว แต่ผลิตผลบางอย่างสามารถเก็บได้นาน จะเก็บไว้ขายในช่วงที่คาดว่าจะได้ราคาสูง โดยจะต้องคิดเปรียบเทียบต้นทุน การเก็บรักษากับราคาที่จะขายได้ ............ อย่างไรก็ตาม จะต้องเน้นนโยบายการตลาดข้อหนึ่งของโครงการหลวงก็คือ จะไม่ผลิตพืชในฤดูที่พื้นราบปลูกได้หรือปลูกแต่น้อย และจะส่งเสริมการผลิตพืชนอกฤดู เพื่อผู้บริโภค ได้หาซื้อไปบริโภคตลอดปี สิ่งนี้จะต้องมีการร่วมมือกัน ระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายการตลาดอย่างใกล้ชิดด้วย

............ในสถานที่ต่างกัน ราคาสินค้าเกษตรจะแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างสถานที่ผลิต กับสถานที่ขาย ผลิตผลของโครงการนั้นมีจำหน่ายทั้งที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆ ............ นอกจากนั้น ผลิตผลสดเป็นสิ่งที่เน่าเสียง่าย มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและสรีระสูง เช่น เปลี่ยนสี เหี่ยว หรือนิ่ม ชอกช้ำงาย อายุการเก็บรักษาสั้น ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิในระหว่างการวางขาย เพื่อรักษาสภาพให้สดอยู่เสมอ ผลิตผลสดของโครงการหลวง เป็นพืชเมืองหนาวเป็นส่วนใหญ่ ไม่คงทนเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อน ดังนั้นสถานที่จำหน่ายผลิตผล จะต้องมีความเย็นที่เหมาะสมด้วย หรือมิฉะนั้นจะต้องมีตู้แช่ที่ให้ความเย็นได้ด้วย

ส่วนที่ 4 ด้านการอำนวยความสะดวก

ส่วนที่ 5 ราคาและการกำหนดราคา ............ เนื่องจากผลิตผลสดของโครงการหลวง ไม่ใช่ผลิตผลสำหรับผู้มีรายได้สูงดังที่บางท่านเข้าใจ แต่ผลิตภัณฑ์โครงการหลวง เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกระดังสามารถซื้อหาไปบริโภค และอุปโภคได้ราคาจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลักการ ผลิตผลสดของโครงการหลวงเป็นพืชเมืองหนาว พื้นที่เพาะปลูกมีจำกัด ปริมาณการผลิตยังมีไม่มากนัก ตลาดพืชผลสดจึงเป็นตลาดลักษณะกึ่งผูกขาด monopolistic competition การแข่งขันอย่างรุนแรงยังไม่มี การกำหนดราคา พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

ส่วนที่ 6 การคืนเงินแก่เกษตรกร ............ เนื่องจากโครงการหลวงทำหน้าที่การตลาดให้แก่เกษตรกร ไม่ใช่ผู้ซื้อสินค้าจากเกษตรกรดังนั้น เมื่อขายผลิตผลได้ ก็จะต้องคืนเงินแก่เกษตรกรไป การคืนเงินโดยหลักการแล้วควรคิดจาก“ส่วน เหลื่อมการตลาด”marketing margin หรือ”ค่าการตลาด” ซึ่งมีวิธีคิดดังนี้

............ส่วนเหลื่อมการตลาด หรือค่าการตลาด หรือโสหุ้ยการตลาด ประกอบด้วยค่าใช้ จ่ายต่างๆ ในการจัดการตั้งแต่นำสินค้าจากเกษตรกรไปถึงมือผู้บริโภค ซึ่งได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าจ้าง ค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ ค่าภาชนะบรรจุหีบห่อ ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น ๆ ค่าเสื่อมราคา ฯลฯ เป็นต้น ............ ในกรณีของโครงการหลวงนั้น ใช้หลักการคืนเงินแก่เกษตรกร 80 % เป็นส่วนเหลื่อมการตลาด 20% ขณะนี้กำลังศึกษาว่าค่าโสหุ้ยการตลาด ที่โครงการหลวงต้องจ่ายจริงนั้น เกินกว่าส่วนเหลื่อมการ

Source: http://kanchanapisek.or.th/kp12/project-plan/marketing/marketing-content.htm


การส่งเสริมการขาย หมายถึง